[+*~AmM*+~]'s profile|| *.:: G r e e n S t r ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    October 29

    เปิดเทอม !!

     
     
    เห้อ...เปิดเทอมแล้วสินะ ขี้เกียจอย่างรุนแรงอ่ะ แต่ต้องสวมวิญญาณขยันไว้ก่อน เผื่อจะได้ช่วยเรื่องเกรดมั่ง
     
    อ่านะ,, ชีวิตหนอชีวิต ตอนนี้ก็ใกล้เข้ามาทุกทีแร้ว พรุ่งนี้ Backstreet Boys จะวางแผงแล้ว แต่ในไทยรู้สึกว่าจะวันที่ 31 ล่ะมั้ง ต้องซื้อให้ได้เลย !!
     
    อัลบั้มนี้เพลงแตกต่างจากอัลบั้มก่อนๆพอสมควรเลยอ่ะ คือดนตรีมันแหวกแนวออกมานิดหน่อย หรือว่าเราคิดไปเองคนเดียวก็ไม่รู้
     
    มีคนในเว็บบอกว่าน่าจะเปลี่ยนเป็น Backstreet Men ได้แล้วนะคับ เอ่อ แบบว่ามากเลยน่ะ ถ้าเปลี่ยนก็คงกะไรอยุ่ถึงอายุจะสมควรแล้วก็ตาม 555
     
    วันนี้ก็เพิ่งไปซื้อแผ่น Maroon 5 มา แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะว่าเพลงก้เพราะดี ใช้ได้ๆ ตอนแรกเครื่องเล่นซีดีติดขัดนิดหน่อย
     
    กะจะไปโวยแล้วนะ อุตส่าห์ซื้อแผ่นแท้มาฟังอ่ะ 55 ปกติฟังตามเว็บเอา - - ด้วยความที่งก ก็ซีดีสากลมันแพงจะตายจะซื้อทีก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี หุหุ
     
    แต่ของ BSB ซื้อไม่คิดอยู่แล้น เอิ๊กๆ แค่ในวงยังมีนิคอยู่ก็พอ เควินออกไปคนนึงล่ะ แต่ว่า Kevin Never Gone !! เว้นที่ไว้ให้นายเสมอ โห..แอบซึ้งๆ
     
    วันนี้ไม่ได้มีอะไรจะมาอัพเลย เรื่องเพลงสากลก็เริ่มขี้เกียจแล้ว เพราะช่วงนี้เปิดเทอมแล้ว คงไม่ค่อยมีเวลามานั่งอัพแล้วสิเรา  - -
     
     
     
    October 11

    L i n K i n P a r k !!

     
    Image Hosted by ImageShack.us
     
    เฮ้อ..กว่าจะได้มา ตอนแรกกะจะอัพตั้งแต่บ่ายแล้วล่ะ แต่ลังเลว่าจะเอาเพลงอะไรลง
    ทีนี้ตัดสินใจได้ว่าเอาเพลง Numb  ของ Linkin Park ดีกว่า เพราะลองดูเนื้อเพลงแล้วเนื้อหาดีมากมาย
     
    ประกอบกับเพลงที่มันส์ได้ใจ แล้วเพลงนี้ยังมีสองเวอร์ชั่นอีกด้วย คุณชอบแบบไหนมากกว่าล่ะ ระหว่าง Numb ในแบบฉบับ LP
    หรือ Numb ในแบบแหวกแนวไปอีกอย่าง ที่ Jay-z มา Feat ให้ด้วย
     
    สำหรับเจ้าของสเปซแล้วก็ชอบทั้งสองอย่าง แต่ถ้าให้ได้อารมณ์จิงๆต้องฟังต้นฉบับเคิฟ อิอิ * 0 *
    วันนี้ก็มีแบบที่ร้องกับเจซีมาให้ฟัง ถ้าฟังไม่ได้ก็ลิ้งไปได้เรยค่ะ
     
    Image Hosted by ImageShack.us
     
    1. Numb Linkinpark & Jay-z
     
      
    Get this widget | Track details | eSnips Social DNA
     
     
     พูดถึง Linkin Park กันหน่อย ข้อมูลขอบคุณวิกิพีเดียค่ะ
     
     Linkin Park ศิลปินแนว "นูเมทัล" ด้วยบทเพลงน่าสนใจ ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของดนตรี เมทัล ฮิปฮอป อีเลคโทรนิค อินดัสเตรียล
    และยังคงมีกลิ่นไอของความเป็นป็อปอยู่ด้วย ประสบความสำเร็จกับอัลบั้มเปิดตัว Hybrid Theory ด้วยยอดขาย 24 ล้านแผ่น
     และอัลบั้มที่ 2 Meteora ก็ขึ้นอันดับ 1 ในบิลบอร์ด เพลงฮิตที่เป็นที่รู้จัก
     เช่น In The End, Somewhere I Belong เป็นต้น ยังคว้ารางวัลแกรมมีมาแล้ว 2 ครั้งเมื่อปี 2002 และ 2006
     และทำยอดขายมาแล้วถึง 40 ล้านชุดทั่วโลก
     
    ได้ข่าวมาพี่แกก่อตั้งอะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือภัยพิบัติสึนามิอีกด้วย โอยย แค่นี้คนก็ชอบเยอะแยะแล้วค่ะพี่ ใจบุญซะด้วย
     
    ตอนแรกก่อนจะมาเป็น Linkin Park เค้าชื่อวง ซีโร่ (xero) มาก่อนเคิฟ ( อันนี้เราเพิ่งรู้ด้วยอ่ะ - -" )
    ต่อมา ซีโร่ ได้เซ็นสัญญากับ วอร์เนอร์บราเธอร์ส (Warner Brothers) อย่างเป็นทางการ
    ตอนหลังพอได้ เชสเตอร์ (นักร้องนำ) มาเป็นสมาชิกเค้าก็เลยเปลี่ยนชื่อวงอีกครั้งเป็น ไฮบริด ธีโอรี่ (Hybrid Theory)
    แต่บังเอิ๊นบังเอิน ไปซ้ำกับชื่อวงดนตรีคนอื่นเค้าอีก เลยต้องเปลี่ยนมาเป็น Linkinpark
    อันนี้ตอนอัลบั้มแรก
     
    Image Hosted by ImageShack.us
    TAG this image
     
    และชื่อนี้ช่างน่าภูมิใจเสียนี่กะไร ดัดแปลงมาจากชื่อสวนสาธารณะดีๆนี่เองค่ะ สุดยอดจิงๆ เอิ๊กๆ
    หลังจากอัลบั้มแรกประสบความสำเร็จเค้าก็ได้ออกอัลบั้มที่สองออกมา
    กรกฎาคม พ.ศ. 2545 ออกผลงานรีมิกซ์ชุดต่อมา "รีแอนิเมชัน" (Reanimation) และใช้เวลานานถึง 18 เดือน
     ในการเขียนและบันทึกผลงานเต็มชุดที่ 2 ที่ประสบความสำเร็จภายใต้ชื่อ "เมทีโอร่า" (Meteora)
     
    Image Hosted by ImageShack.us
     
    ก็เพลงที่แปลวันนี้ก็อยู่ในอัลบั้มนี้ด้วยค่ะ ส่วนอัลบั้มใหม่นั้นยังไม่ได้แปล เพราะขี้เกียจ - ,, -
    อีกอย่างคือชอบเพลงนี้มากกว่านะได้แง่ความหมาย
    ประมาณว่า มีคนมาคาดหวัง มาต้องการให้เราเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ จนเราแทบจะบ้าอยู่แล้ว ( อยากบอกพ่อกะแม่จัง ว๊ากก )
     
     
      
    LinKin Park :: Numb
     

    ฉันเหนื่อยใจกับการที่ต้องเป็นในสิ่งที่คุณอยากให้ฉันเป็น

    ความรู้สึกศรัทธาสูญสิ้น..หายไปใต้พื้นดิน

    ไม่รู้ว่าคุณ..ต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ?

    ฉันกดดัน..ที่ต้องเดินอยู่ภายใต้คำสั่งของคุณ

    ( อย่างไม่มีสิทธิ์เลือกใดๆ..)

    ทุกๆก้าวที่ฉันเดินมันทำให้คุณผิดหวัง..

    ( อย่างไม่มีสิทธิ์เลือกเลย..)

     

    * คอรัส ::

    ฉันเริ่มจะมึนงง

    ฉันไม่สามารถรู้สึกได้ว่าคุณอยู่ตรงนั้น

    และฉันเริ่มเหนื่อยล้า..รู้สึกตัวมากขึ้นทุกทีว่า...

    สิ่งที่ฉันเป็นตอนนี้ ทั้งหมดที่ฉันต้องการคือ เป็นตัวของตัวเอง

    มากกว่าการเป็นในสิ่งที่คุณอยากให้ฉันเป็น

     

    คุณไม่เข้าใจเลยหรอว่า..คุณกำลังทำให้ฉันอึดอัด

    คุณยึดมั่นมากเกินไป กลัวว่าคุณจะเสียการควบคุม

    เพราะสิ่งที่คุณอยากให้ฉันเป็น

    มันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ..ต่อหน้าคุณ

    ( อย่างไม่มีสิทธิ์เลือกใดๆ..)

    ทุกๆก้าวที่ฉันเดินมันไม่ใช่อย่างที่คุณต้องการ

    ( อย่างไม่มีสิทธิ์เลือกเลย..)

    และทุกวินาทีที่ฉันสูญเสียไป..มันมากกว่าที่ฉันได้รับมา

     

    ( ซ้ำ * )   และฉันรู้ว่า..ฉันอาจจะจบความผิดหวังนี้ลงซะที

    แต่ฉันก็รู้ว่าคุณเองก็คงเป็นเหมือนฉัน ใครบางคนก็รู้สึกผิดหวังในตัวคุณเช่นกัน..

     

    ( ซ้ำ * )   ฉันเริ่มจะมึนงง....ฉันไม่รู้สึกว่าคุณอยู่ตรงนั้น ( ฉันเหนื่อยล้าที่ต้องเป็นในสิ่งที่คุณอยากให้ฉันเป็น

    ฉันเริ่มจะมึนงง....ฉันไม่รู้สึกว่าคุณอยู่ตรงนั้น ( ฉันเหนื่อยล้าที่ต้องเป็นในสิ่งที่คุณอยากให้ฉันเป็น )

     

     

    ตอนนี้อัลบั้มล่าสุดของเค้าก็วางแผน(นาน)แล้ว ตั้งแต่เดือนพฤษภา แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะปรับหูฟังได้ทุกเพลงรึป่าว
    เลยไม่ได้ควักกระเป๋าจนทุกวันนี้แหละ - -"
    อัลบั้ม "Minutes to Midnight" จะออกวางขาย วันที่ 15 พฤษภาคม 2007 ชื่ออัลบั้มนั้นได้แนวคิดมาจากนาฬิกาโลกาวินาศซึ่งมาจากนักวิทยาศาสตร์
    ของมหาวิทยาลัยชิคาโกค่ะ (ขนาดนั้นเรย) อัลบั้มชุดนี้เป็นร่วมกันโปรดิวซ์ระหว่างโปรดิวเซอร์ที่ดังที่สุดแห่งยุค
     และเจ้าของรางวัล Producer of The Year คนล่าสุดจากเวทีแกรมมี่อย่าง ริค รูบิน และ ไมค์ ชิโนดะ เอ็มซีและมันสมองของ Linkin Park
    ขอบคุณข้อมูลจาก
     
    MV :: Numb  Linkin Park
     
      
     
    ตอนนี้ก็จะมาคอนเสิร์ตที่ไทยด้วยนิ แต่เนื่องจากมิใช่แฟนพันธุ์แท้จึงไม่ได้มีความอยากไปแต่อย่างใด อีกอย่างกลัวโดนเหยียบตายซะก่อน
    เอิ๊กๆ แต่คิดว่าต้องมันส์และสนุกมากแน่ๆ ( สังขารก็ไม่ให้ เงินก็ไม่มีอ่านะ - - )
     
    แต่เชื่อว่าหลายๆคนต้องชอบวงนี้อย่างแน่นอน วันนี้เลยมีลิ้งตอนที่เชสเตอร์ (นักร้อง) แชทกับแฟนคลับในเว็บไซต์ linkinpark.com
     
    ผลงานที่ผ่านมาทั้งหมดก็คือ
  • 1997 : Xero Sampler Tape
  • 1999 : Hybrid Theory EP
  • 2000 : Hybrid Theory
  • 2002 : Reanimation
  • 2003 : Meteora
  • 2003 : Live in Texas
  • 2004 : Collision Course
  • 2007 : Minutes to Midnight
  • * ลาด้วยภาพสวยๆเท่ๆ ของ Linkin Park แล้วกันเคิฟ *

    Image Hosted by ImageShack.us
     
     *  ขอบคุณทุกๆเว็บเลย www.google.co.th   www.linkinpark.com www.metrolyrics.com  *
     
    บ๊ายบายจ้า หวังว่าทุกคนคงชอบน้า > o <
     
     

    October 10

    G r e e n D a y !!

     
    วันนี้มาแหวกแนวหน่อย..จะมาพูดถึงวงพังก์สุดป๊อบตลอดกาลอย่าง กรีนเดย์
    วงนี้เค้าก็มีสมาชิกกันสามหน่อ..เอ่อ ไม่ใช่สิ สามคนค่ะๆ ข้อมูลก็อ่านๆมาจากหลายๆเว็บค่ะ
    ขอบคุณกูเกิ้ลละกัน หาได้ทุกอย่าง
     
    Image Hosted by ImageShack.us
     
    เป็นวงที่ดูดี เท่ เก๋ไก๋ ซะไม่มี 555 ( แต่ไม่หล่อ  - ,, - ยังไงวะตูเนี่ย )
    ถือว่าเป็นไอดอลของคนที่ชื่นชอบเพลงแนวพังก์ เมทัล อะไรประมาณนี้เป็นอย่างมาก ก ก ก
     
    ด้วยไสตล์ของเค้าที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่ก่อนที่กรีนเดย์จะโด่งดังมาถึงทุกวันนี้พวกเค้าต้องฝ่าฟันอุปสรรคมามาย
    ทั้งปัญหาครอบครัว มรสุมชีวิตต่างๆ
     
    ตอนแรกเนี่ยมันก็เริ่มตรงที่ Mike (มือเบส) กับ Billie (นักร้อง) สองคนเค้าสนิทกันเนื่องจากว่านิสัยและความชอบคล้ายๆกัน
    ประมาณว่าไปด้วยกันได้ว่างั้นเถอะ เมื่อก่อนเค้าชื่อวง Sweet Chirldren เพราะตอนนั้นอายุ 14 ปีเองค่ะ
     
    ก็ดีแล้วล่ะเธอแหม ชิลเดรนเชียว แต่ตอนหลังก็เปลี่ยนเป็น กรีนเดย์ สงสัยรู้ว่าใช้ชื่อนี้ไปตลอดไม่ได้ 55
    เอ่อ..ต่อๆ ก็คือพอมีวงก็เริ่มมีชื่อเสียง แล้วก็สังกัดค่ายเล้กแห่งหนึ่ง
     
    แต่ว่าด้วยความที่วงนี้ไฮโซ บอกแล้วไง อิอิ ก็มีค่ายใหญ่มาเสนอสัญญามากมาย
    แต่พี่แกก็ไม่เคยที่จะรับหรอกค่ะ พี่แกเป็นคนติดดิน สมถะอะไรแบบนี้ ( รู้ไปถึงนั่นน่ะตู - -" )
     
    แต่แล้วก็ต้องยอมใจอ่อนให้ค่าย warner ซึ่งแฟนเพลงมากมายก็หาว่าเค้าเป็นผู้ทรยศ เหอะๆ ซะงั้นไป
    แต่พวกเค้าก็ฝ่าฟันมาได้อย่างเข้มแข็ง แล้วก็โด่งดังจนทุกวันนี้แหละค่ะ
     
    Image Hosted by ImageShack.us
     
    รูปนี่ก็ลงไว้สวยๆนะคะ วงเค้าเท่ดี อิอิ
     
    หลังๆนี้ตั้งแต่ปี 2000 เค้าทำอัลบั้มใหม่ซึ่งจะไม่ยึดอีกต่อไปว่าจะต้องเป็น พังก์
    พวกเค้านำกีตาร์อคูสติกมาใช้มากขึ้น ทำให้ซาวด์อ่อนลง ก็ถือว่าทำให้มีแฟนเพลงฟังกันได้มากขึ้น โดยไม่ต้องนั่งปรับหู - -
     
    เพลงก็เนื้อหาดีๆ มีแง่คิดดีๆให้อีกด้วย แต่กรีนเดย์ก็คือกรีนเดย์ ยังคงมีเนื้อหาประชดเสียสีสังคมอีกตามเคย
    แต่ว่าก็ว่าเถอะ ตอนปี 2000 เค้าก็ 30 กันได้แระ ตอนนี้ก็คงใกล้ 40 แล้วล่ะค่ะ
     
    มาดูเพลงที่แปลวันนี้เป็นเพลงฮิตเพลงนึงของพวกเค้า ซึ่งในไทยนี่ก็มีคนชอบมากมายค่ะ เพลงนี้เพราะมากเรยนู๋ชอบ บ บ
    แต่เพลงนี้ก็สองสามปีมาแล้วค่ะ ยังคงความฮิตไว้ได้ตามเคย ความหมายดีมาก
     
    **  เพลง Wake Me Up When September Ends  **
     
    Summer has come and passed,
    The innocent can never last,
    Wake me up when September ends.
     

    ฤดูร้อนได้ผ่านเข้ามาแต่แล้ว..ก็ผ่านไป

    เปรียบกับคนเราที่ยังคงความไร้เดียงสาไว้อยู่เสมอ

    ปลุกให้ฉันตื่นหลังเดือนกันยายนสิ้นสุดลง..


    Like my fathers come to pass,
    Seven years has gone so fast,
    Wake me up when September ends.
     

    เฉกเช่นเดียวกันคุณพ่อของฉันที่มีชีวิตอยู่..

    แล้ววันนึงท่านก็จากไป..เวลา 7 ปีช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน

    ปลุกให้ฉันตื่นหลังเดือนกันยายนสิ้นสุดลง

    Here comes the rain again,
    Falling from the stars,
    Drenched in my pain again,
    Becoming who we are.

    สายฝนร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง..

    สายฝนที่โปรยปรายลงมาจากดวงดาว

    มันทำให้ความปวดร้าวในใจของฉันเปียกปอนอีกครั้ง

    และสิ่งนี้แหละที่ทำให้เราเป็นเราจวบจนวันนี้

    As my memory rests,
    But never forgets what I lost,
    Wake me up when September ends.

    ในความทรงจำของฉันที่ยังเหลืออยู่..

    ฉันเองไม่เคยลืมเลือนเลย..ว่าฉันสูญเสียอะไรไปบ้าง

    ปลุกให้ฉันตื่นหลังเดือนกันยายนสิ้นสุดลง..


    Summer has come and passed,
    The innocent can never last,
    Wake me up when September ends,

    ฤดูร้อนได้ผ่านเข้ามาแต่แล้ว..ก็ผ่านไป

    เปรียบกับคนเราที่ยังคงความไร้เดียงสาไว้อยู่เสมอ

    ปลุกให้ฉันตื่นหลังเดือนกันยายนสิ้นสุดลง..


    Ring out the bells again,
    Like we did when Spring began,
    Wake me up when September ends.

    เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้ง,

    เหมือนเป็นการบอกให้รู้ว่าฤดูใบไม้ผลิ เริ่มต้นขึ้นแล้ว

    ปลุกให้ฉันตื่นหลังเดือนกันยายนสิ้นสุดลง..


    Here comes the rain again,
    Falling from the stars,
    Drenched in my pain again,
    Becoming who we are.

    สายฝนร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง..

    สายฝนที่โปรยปรายลงมาจากดวงดาว

    มันทำให้ความปวดร้าวในใจของฉันเปียกปอนอีกครั้ง

    และสิ่งนี้แหละที่ทำให้เราเป็นเราจวบจนวันนี้


    As my memory rests,
    But never forgets what I lost,
    Wake me up when September ends.

    ในความทรงจำของฉันที่ยังเหลืออยู่..

    ฉันเองไม่เคยลืมเลือนเลย..ว่าฉันสูญเสียอะไรไปบ้าง

    ปลุกให้ฉันตื่นหลังเดือนกันยายนสิ้นสุดลง..


    Summer has come and passed,
    The innocent can never last,
    Wake me up when September ends.

    ฤดูร้อนได้ผ่านเข้ามาแต่แล้ว..ก็ผ่านไป

    เปรียบกับคนเราที่ยังคงความไร้เดียงสาไว้อยู่เสมอ

    ปลุกให้ฉันตื่นหลังเดือนกันยายนสิ้นสุดลง..

     
    Like my fathers come to pass,
    Twenty years has gone so fast,

     

    เฉกเช่นเดียวกับคุณพ่อของฉันที่มีชีวิตอยู่

    แล้วท่านก็จากไป..เวลา 20 ปี ช่างผ่านไปไวเหลือเกิน


    Wake me up when September ends.
    Wake me up when September ends.
    Wake me up when September ends.

     

    ปลุกให้ฉันตื่นหลังเดือนกันยายนสิ้นสุดลง..

     

    ******************************************

     

    ช่างซึ้งอะไรปานนี้ อารมณ์เหมือนเราสูญเสียคนรัก หรืออะไรที่สำคัญต่อเรามากๆไป ความหมายดีจิงๆ
    ถือเป็นเพลงที่ดีมากๆเพลงนึงของกรีนเดย์ ไม่มีว๊าก ไม่นักเกิน ไปเบาเกิน
    เพลงก็ติดไว้ในสเปซแร้วด้วย เอิ๊กๆ หวังว่าคงฟังได้ไม่มีปัญหา เพราะสเปซเรามันแปลกๆ พอฟังแล้วชอบเพลงสามช่า
     
    ตลกมากมาย เหอะๆ อนาถาจิงๆเรา วันนี้มีเอ็มวีมาฝากด้วย นางเอกเอ็มวีสวยดี คล้ายๆ Avril เลย
    แต่เอ็มวีนานไปหน่อย มัวแต่พูดกันอยู่นั่นล่ะ - -"
     
    Green Day Wake Me Up When September Ends
     
        
     
    รูปนี้บังเอิญไปเจอมาค่ะ สวยดี เป็นรูปเกี่ยวกับเพลงนี้เลยล่ะ เท่ค่ะเท่
     
    Image Hosted by ImageShack.us
     
    ยาวเป็นพิเศษเนื่องจากเจ้าของสเปซลำเอียง ( ชอบมากมาย ) คือแบบว่าชื่นชมในผลงานค่า
     
    เจอกันใหม่โอกาสหน้า บ๊ายบาย ย ย ย
     
     
     
     

    October 09

    แปลเพลง Happy Birthday

    * * * *
    เอาล่ะมาแก้ไขนิดหน่อย อิอิ,, สำหรับคนชอบเดอะคลิก 5 ( ชั้นก็เป็น 1 ในนั้น )
     แต่อย่างว่านะ...วงนี้ก็เปงวงนึงในหลายๆวงที่เราชอบ
     
    Image Hosted by ImageShack.us
     
    หน้าตาก็คล้ายๆกันทั้งวงเรยค่ะคุณ 5555+ แต่วงนี้ก็เจ๋งใช้ได้เรย ( ความจิงชอบนักร้อง เอิ๊กๆ )
    เราเชื่อว่ามีหลายคนเลยที่ชอบ คลิก 5 อิอิ วันนี้ก็เลยเอาเพลงที่เพิ่งแปลเสร็จมาลงซะ หวังว่าเพื่อนๆคงชอบนะคะ 
    สำหรับเพลงก็กดคลิ๊กฟังได้เลยค่ะ อาจต้องรอสักแปบนะคะ ถ้าฟังไม่ได้ก็มีอีกบล๊อคนึงค่ะ ลองเลื่อนลงไปดู
     
       
    Get this widget | Track details | eSnips Social DNA
     
    The Click Five – Happy Birthday
     
    hey you, i know i'm in the wrong
    time flies when you're having fun
     
    คุณจะรู้ไหมว่า..ผมรู้สึกผิดมาโดยตลอด
    เวลาที่คุณมีความสุขมันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน
     
    you wake up another year is gone you're 21
    i guess you wanna know
    why i'm on the phone
     
    ปีหนึ่งผ่านไป คุณตื่นขึ้นมาในวันที่คุณอายุ 21 ปี
    ผมรู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของคุณ แต่ทำไม ผมถึงไม่โทรหาคุณนะ
     
    its been a day or so
    i know its kinda late
    but happy birthday
     
    วันนี้ก็เป็นวันธรรมดาวันนึง
    แต่ผมก็หวังว่าคงไม่ช้าเกินไปที่ผมจะ Happy Birthday คุณ
     
    * yeah yeah woah woah
    i know you hate me
     ผมรู้ว่าคุณคงจะเกลียดผม
     
    yeah yeah woah woah
    well i miss you too
    แต่ผมก็ยังคิดถึงคุณเสมอนะ
     
    yeah yeah i know
    i know it's kinda late
    but happy birthday
    ผมเข้าใจดี
    แต่หวังว่ามันคงไม่ช้าเกินไปที่ผมจะ happy birthday คุณ
    .........
     
    so hard when you're far away
    its lame but i forgot the days
    มันยากนะ เมื่อคุณจากผมไป
    แต่ผมก็ไม่สามารถจะลืมวันที่เราจากกันได้เลย
     
    i wont make the same mistake
    i'm so too blame
    ผมขอสัญญาว่าผมจะไม่ทำผิดอีก
    เพราะผมได้รับโทษของมันแล้ว
     
    so now you know
    don't hang up the phone
    หวังว่าคุณจะรู้ความรู้สึกของผม เพราะฉะนั้น
    ได้โปรดอย่าตัดสายผมทิ้งไปเลย
     
    i wish i was at home
    ผมหวังว่าผมคงได้อยู่ในบ้านนะ
     
    i know its way to late
    but happy birthday
    หวังว่ามันคงไม่สายเกินไปนะที่ผมจะ  happy birthday คุณ
     
    *ซ้ำ *

    its not that i don't care
    you know i'll make it up to you
    if i could i'd be there
    ไม่ใช่ว่าผมไม่แคร์คุณนะ
    คุณก็รู้ว่าผมจะทำให้ทุกอย่างมันดีขึ้น
    ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะไปหาคุณ
     
    yeah yeah woah woah
    yeah yeah woah woah
    well i miss you too
    yeah yeah i know
    i know its kinda late
    but happy birthday
    i know you hate me
    yeah yeah woah woah
    well i miss you too
    yeah yeah i know
    i know its kinda late
    but happy birthday
    To you...
     
    ข้างบนนี้ก็เหมือนเดิมจ้า อิอิ
     
    เครดิต :: เราเอง 555+ Greenstreet จ้า ฝากสเปซหน่อยจ่ะ
     http://nooemz.spaces.live.com/
    :: พี่แยมช่วยแปลให้อีกแรง ฝากบล๊อคพี่เค้าด้วยนะคะ เกี่ยวกับเพลงสากลมีเพลงที่แปลไทยไว้ด้วยจ่ะ
     
     
    เพลงในสเปซฟังไม่ค่อจะได้เรยเนอะ - -" ยังไงก็ลองรอดูละกัน
     
    ฟังไม่ได้งั้นดูเอ็มวีรำลึกความหลังกันดีก่า ( อย่าบอกนะว่าเอ็มวีดูไม่ได้ขอไปฆ่าตัวตายก่อน )
     
    Just The Girl  ซึ่ง Eric นักร้องคนเก่าน่ารักมากมาย ( แต่ไคล์หล่อกว่า 555 )
     
     
     
    น่ารักจิงๆ อิอิ > . < ลาอีกทีด้วยภาพเท่ๆ ผสมน่ารัก 555 ยังกะคุณชายแน่ะรูปนี้
     
    Image Hosted by ImageShack.us
     
    ...........*
     
     

    แปลเสดแว้ววว

    ยินดีต้อนรับทุกคนที่หลงเข้ามา,,

    วันนี้ก็นึกคึกอยากจะมาอัพอีกแล้ว เนื่องจากว่า เพิ่งจะแปลเพลงเสร็จ สดๆร้อนๆ เอ่อ อันที่จิงก็ไม่เท่าไหร่

    ใช้เวลาอยู่ 2 วัน เพื่อกลั่นกรองออกมา ก็ระดับเด็กม.2 อ่านะ

     

    ที่แปลนี่ไม่ได้จะทำตัวเก่งภาษาอังกฤษแต่อย่างใดนะ อิอิ แต่เวลาฟังเพลงแล้วเราก็อยากจะรู้ความหมาย

    บางทีเราฟังแล้วก็พอจะจับใจความได้ว่ามันประมาณไหน

     

    เห็นพี่สาวเราคนนึงที่รู้จักกันเค้าก็แปลเก่งดี เราเลยอยากแปลมั่ง =,,=

    แต่ว่าเพลงนี้ชอบก็เลย แปลออกมา ซึ่งเพลงนี้ก็นานแล้วนะ ตั้งแต่ปี 1999 ได้มั้ง

    น่าจะเป็นอัลบั้มแรกของพวกเค้าเลยล่ะ

     

    มาพูดถึง Westlife  เค้าก็เป็นวงบอยแบนด์จากไอร์แลน เรียกได้ว่าเป็นวงบุกเบิกเหมือนกัน

    อายุใกล้เคียงกับ Backstreet Boys ละมั้ง 555 เป็นเพื่อนกันได้

    เพลงดังๆติดหูก็มีหลายเพลงทั้ง My Love, Swear it Again ( เพลงนี้เจ้าของสเปซชอบมาก )

    แต่เพลงที่วันนี้ ( เป็นวันแรกด้วย สู้ๆ ) เอามาให้ฟังด้วยค่ะ

     

      
    Get this widget | Track details | eSnips Social DNA

     

     

    Westlife : Fool Again

     

    Baby, I know the story
    I've seen the picture
    It's written all over your face

     

    ที่รัก, ผมรู้เรื่องหมดแล้ว

    ผมเห็นภาพต่างๆ  ที่มันฟ้องอยู่บนใบหน้าของคุณ


    Tell me, what's the secret
    That you've been hiding
    Who's gonna take my place

     

    บอกผมมาสิ, ความลับที่คุณซ่อนอยู่มันคืออะไรกันแน่ ?

    และใครกัน, ที่เข้ามาแทนที่ผม

    // I should've seen it coming
    I should have read the signs
    Anyway...I guess it's over

     

    ผมน่าจะรู้ว่านะว่ามันจะเป็นแบบนี้

    ผมน่าจะอ่านอาการของคุณออกตั้งแต่แรก

    ยังไงก็ตาม, ผมคิดว่าเรื่องของเราคงจะจบแล้ว...

    * Can't believe that I'm the fool again
    I thought this love would never end

     

    ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าผมมันโง่..อีกแล้ว

    ผมคิดว่ารักของเราไม่เคยจางหายไป


    How was I to know
    You never told me

     

    ผมจะรู้ได้ยังไง, ในเมื่อคุณไม่เคยบอกผมเลย


    Can't believe that I'm the fool again
    And I who thought you were my friend

     

    ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่ามันโง่..อีกแล้ว

    และผมต้องคิดว่าคุณ..เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น ?


    How was I to know
    You never told me

     

    ผมจะรู้ได้ยังไง, ในเมื่อคุณไม่เคยบอกผมเลย

    Baby, you should've called me
    When you were lonely
    When you needed me to be there

     

     

    ที่รัก, คุณควรจะบอกผมนะ

    ในเวลาที่คุณรู้สึกเหงาและอ้างว้าง

    และต้องการให้ผมอยู่กับคุณ


     

     

    Sadly, you never gave me two many chances
    To show how much I care

     

    น่าเศร้านะ, ที่คุณไม่เคยเปิดโอกาสให้ผมแสดงให้คุณเห็น..

    ว่าผมแคร์คุณมากแค่ไหน..

    I should've seen it coming
    I should have read the signs
    Anyway...I guess it's over

     

    ผมน่าจะรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้

    ผมน่าจะอ่านอาการของคุณออกตั้งแต่แรก

    ยังไงก็ตาม, ผมคิดว่าเรื่องของเราคงจะจบแล้ว..

    ซ้ำ *

    About the pain and the tears
    Oh, Oh, Oh
    If I could, I would
    Turn back the time

     

    ในความปวดร้าวและหยาดน้ำตา..

    ถ้าผมทำได้...

    ผมก็อยากจะย้อนเวลากลับไป..

    ซ้ำ // *

     

    เครดิตเนื้อเพลงจาก metrolyrics ค่ะ ปิดท้ายด้วย MV ของเพลงนี้แล้วกันนะ

     

     

        

    แล้วเจอกันใหม่โอกาสหน้า..ช้านจะอัพอีกแน่นอน อิอิ คิดถึงไอซ์, อ้อม, บี, กิ๊ก, จูน, และคนที่ลืมไม่ได้เลย น้องดุ๋ย (ยา) อิอิ

     

    Bye Bye

    October 08

    ทดสอบเฉยๆ

    โอย...ขี้เกียจอัพอย่างแรงเลยอ่ะ
    แต่ต้องมาอัพ เนื่องจากว่าต้องการทดสอบอะไรบางอย่าง อิอิ
    วันนี้อยากจะบ้าตาย เครียดมากๆ ทั้งเรื่องเรียน แล้วก็อีกหลายเรื่อง ไม่สามารถจะมาสาธยายได้
    แต่เราจะไม่คิดมากอีกแล้ว ต่อไปนี้เราจะทำให้ดีที่สุด เท่าทำจะทำได้ แล้วผลเป็นยังไงเราก็จะยอมรับมัน
    เราจะไม่เสียสติกับเรื่องแค่นี้ ย๊ากกก แต่ตอนนี้ชั้นก็ใกล้แล้วนะ - -"
     
    ช่วงนี้ก็เรียกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากกินกับนอนแล้วก็ดูบอล เอิ๊กๆๆ
    แมนยูเพิ่งจะชนะมา 4-0 ไม่ได้มาโม้นะ แค่ดีใจที่มันยิงได้เกิน 1 ลูก เนื่องจากสกอร์ยอดฮิตคือ 1-0
    แต่ 1-0 กำลังจะหมดยุคไป ฮ่าๆๆๆ ขอให้มันดีตลอดนะ - - แล้วโด้ตาช้ำ ฮือๆๆๆ
    สงสารๆๆ เรียกว่าเรานี่เข้าขั้นเว่อเลยล่ะ ตอนนี้ที่โด้โดนศอกก็นั่งด่าให้นักเตะโรม่าคนนั้น
    แล้วพอโด้เปิดหน้ามา อ๊าก  กกก เลือดออก
     
    แต่ก็ยังดีที่ชนะ อิอิ 1-0 = = ช่างเป็นอะไรที่แบบว่า.. - -"
     
    ช่วงนี้ทำสเปซสองอัน แถมไดในเย็นตาโฟอีก 1 อยากตายจิงๆ ทำซะมั่วเลย เหอะๆ
    แต่ที่ทำนี่ก็เอาไว้เก็บข้อมูลเฉยๆนะ ไม่ว่ากันๆ
    วันนี้มีเพลงมาให้ฟังด้วย เนื่องจาก Windows Media Player มันเจ๊งๆ ไม่รู้ว่าคนอื่นๆที่เข้ามาเป็นรึป่าว
    แต่กดฟังในนี้ดีกว่าจ่ะ อิอิ
    เพลง Happy Birthday ของ The Click Five เพลงนี้น่ารัก ชอบค่ะ
     
    คลิ๊กเลยย !!
     
       
    Get this widget | Track details | eSnips Social DNA